ผู้นำอิสลามร่วมเรียกร้องรัฐบาลทั่วโลกเลิกใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

August 20, 2015

By Sustainable Brands

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา มีการจัดประชุมวิชาการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมุสลิมนานาชาติ ณ กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี ซึ่งผู้นำมุสลิม 60 คนจาก 20 ประเทศทั่วโลกมารวมตัวกัน ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐจัดทำแผนและดำเนินการเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ผู้นำมุสลิมระบุว่า การต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานหมุนเวียนทั้งหมด ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมทั้งแก้ไขปัญหาการทำกำไรจากสิ่งแวดล้อมอย่างไม่เป็นธรรม หันมารักษาสิ่งแวดล้อม และยกระดับความเป็นอยู่ของประเทศยากจน
ทั้งนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวเขียนขึ้นโดย นักวิชาการมุสลิมนานาชาติกลุ่มใหญ่จากทั่วโลก

 

สหภาพยุโรปแสดงความกังวลก่อนการประชุม COP21

EurActiv.comby Georgi Gotev 16:09

          Mr. Miguel Arias Cañete กรรมาธิการยุโรปด้านภูมิอากาศและพลังงาน ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2558 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการประชุมเจรจาด้านภูมิอากาศของสหประชาชาติ ครั้งที่ 21 หรือ COP21 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนธันวาคม 2558 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่าการประชุมเจรจาครั้งนี้ จะเป็นเหตุการณ์สำคัญของประวัติศาสตร์ เพราะเป็นโอกาสเดียวที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกสู่การเติบโตแบบคาร์บอนต่ำ

ร่างข้อตกลงด้านภูมิอากาศของสหประชาชาติควรจะต้องสั้นและชัดเจน

Megan Rowling PlanetArk23 Jul 15;

          รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของประเทศหมู่เกาะมาร์แชล แสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างเอกสารสำหรับการเจรจาด้านภูมิอากาศของสหประชาชาติ ที่จะมีการประชุมเจรจาในเดือนธันวาคม 2558 นี้ ว่าควรเป็นเอกสารที่สั้นลง และสามารถพิจารณาได้ง่ายกว่าร่างเอกสารฉบับปัจจุบัน ที่มีความยาวถึง 85 หน้ากระดาษ

          โดยในการประชุมสหประชาติด้านภูมิอากาศในรอบที่ผ่านมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ผู้แทนการเจรจาจากนานาประเทศ ได้ตกลงที่จะลดทอนเนื้อหาของร่างเอกสารดังกล่าวลงบางส่วน และมอบหมายให้ประธานการประชุมร่วม (Co-chairs) จัดเตรียมร่างเอกสารฉบับปรับปรุงใหม่ เพื่อนำมาพิจารณาในการประชุมรอบถัดไป

          ทั้งนี้ ประเทศหมู่เกาะมาร์แชลเป็นประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กประเทศแรก ที่ส่งเสนอเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ ภายใต้ข้อตกลงใหม่ของโลกด้านภูมิอากาศ โดยหมู่เกาะมาร์แชลได้ตั้งเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร้อยละ 32 ภายในปี ค.ศ. 2025 เทียบกับระดับการปล่อยในปี ค.ศ. 2010 และจะลดต่อเนื่องจนถึงร้อยละ 45 ภายในปี ค.ศ. 2030 เพื่อให้สอดคล้องกับแผนระยะยาวของประเทศ ที่จะปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050